02-191-8498

ขออภัยทางเรากำลังจัดเตรียมข้อมูลหน้านี้อยู่ พบกันเร็วๆ นี้คะ

โปรแกรมทัวร์ต่างประเทศ
ข้อมูลท่องเที่ยว
ทริปที่ผ่านมา

สำรวจเส้นทางอะโอโมริ อิวาเตะ

 

ผมชอบไปเที่ยวญี่ปุ่นครับ ทำให้ผมเลือกที่จะทำทัวร์ญี่ปุ่นเป็นสินค้าหลักของบริษัทพาราไดซ์เวิลด์ทัวร์  ผมอยากจะไปให้ครบทุกเมืองของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเมื่อคุณ TAKAHIRO SOMA แห่งจังหวัดอิวาเตะส่งเทียบเชิญมาผมจึงตอบตกลงทันทีคณะทัวร์อิวาเตะของเราในครั้งนี้ประกอบด้วยตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวและสื่อมวลชนที่มีชื่อเสียงเช่น คุณชิบ จิตรนิยม จากรายการเอเซียคอนเน็คทางช่อง 3 พี่จำลอง บุญสอง จากหนังสือพิมพ์ โพสทูเดย์ พี่ภาวิณี เจริญยิ่ง จาก มติชนออนไลน์ น้องมด จากเที่ยวรอบโลก เป็นต้น เราออกเดินทางจาก กรุงเทพฯตอน  4 ทุ่ม ไปถึงฮาเนดะแล้วต่อด้วยเที่ยวบินภายในประเทศ อีก  1 ชั่วโมงก็ถึงจังหวัด อาโอโมริ     ในเวลาประมาณ 09.10 น หลังจากรองท้องด้วยอูด้งร้อนๆคณะสำรวจเส้นทาง อิวาเตะ ก็พร้อมออกเดินทางสำรวจอาโอโมริเป็นอันดับแรกงานนี้พี่เอ้จากเนเจอร์ไมล์รับอาสาเก็บภาพมาให้ได้ชมกัน

 

 ที่นี่มีลำธาร  โออิระเสะ (OIRASE) เป็นลำธารเรียกแขกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากความสวยสดงดงามของ ทิวไม้สูงใหญ่ตลอดสองข้างทางนับสิบกิโลเมตร ทำให้เส้นทางนี้ดูร่มรื่นเย็นสบายเป็นที่สุด รวมถึงโขดหินริมลำธารที่วันนี้ปกคลุมไปด้วยมอสตะไคร่น้ำเขียวคลึ้ม  คุณอิโตะเจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยวอิวาเตะบอก   ผมว่าหากเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง สีเขียวของใบไม้เหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง   สีแดงสลับกันไปตลอด   แนวถนนดูงดงามอลังการจนเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนทั้งประแทศญี่ปุ่นแห่แหนกันมาที่นี่จนมืดฟ้ามัวดิน คนญี่ปุ่นเองก็ชอบที่จะมาดูใบไม้เปลี่ยนสีเหมือนกับคนไทยหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำสังเกตุได้จากบรรดารีสอร์ทหรือ   เรียวกัง ( RYOKAN )บริเวณนี้ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาค TOHOKU คนไทยส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงเซนได(SENDAI)   เพราะได้ชื่อว่าเมืองแห่งต้นไม้  อีกทั้งทางเมืองเซนได   มีการประชาสัมพันธ์อยู่เสมอ แต่อันที่จริงแล้วในภูมิภาค TOHOKU ยังมีอาโอโมริและอิวาเตะที่ขึ้นชื่อในเรื่องการชมใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณโออิราเสะแห่งนี้ 

 นอกจากความขึ้นชื่อลือชาเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ที่ปราสาทฮิโรซากิ(HIROSAKI) แห่งเมืองอาโอโมริ ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดติดอับดับ 1ใน 3 ของญี่ปุ่นอีกด้วย    ซากุระที่นี่จะบานในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมของทุกปีดังนั้นใครที่อยากชื่นชมความงามของดอกซากุระในจุดที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด บริษัทฯจะเริ่มเปิดให้จองในเดือนธันวาคมของทุกปี  ก็อยากให้ รีบจองกันแต่เนิ่นๆ   เพราะที่นั่งจะเต็มเร็วมากอันนี้ของจริงไม่ได้ล้อเล่นน๊ะครับ
                   จากโออิราเสะคณะของเราเดินทางต่อสู่ทะเลสาบโทวาดะ(TOWADA LAKE)อยู่ในเขตจังหวัดอาโอโมริเป็นทะเลสาบที่มีความลึกเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่นด้วยความลึก 327 เมตร และอยู่ในเวิ้งของภูเขาไฟที่ดับแล้ว และขึ้นชื่อว่าสวยทุกฤดูกาลด้วยความใสของน้ำใน ยามใบไม้เปลี่ยนสีจะสะท้อนเอาสีสันของใบไม้ต้นไม้โดยรอบตัดกับสีครามของท้องฟ้าและยังเป็นที่ตั้งของวัดโบราณโทวาดะอีกด้วย ช่วงที่เหมาะในการเที่ยวชมคือกลางเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนมีงานอีเวนท์ต่างๆเช่นเทศกาลKOSUIและเรื่องราวแห่งฤดูหนาว(Fuyu Monogatari)มีโรงแรมสมัยเก่าประเภทเรียวกังRyokanมีบ่อน้ำพุร้อน ที่มีแร่ธาตุต่างกันเรียงรายอยู่รอบๆ
                                 ทะเลสาปแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมมากในฤดูใบไม้ร่วงมีจุดชมวิวที่งดงามระดับชาติถึง4จุดที่ทะเลสาบโทวาดะระยะทาง14 กิโลเมตรเลียบจากธารน้ำตกโอะอิระเซะที่ไหลมาจากเนะโนะคุจิ(NENOKUCHI)มาถึงภูเขายะเคะ(YAKEYAMA) เป็นทางที่ทำขึ้นให้เดินชมธรรมชาติในบริเวณทะเลสาบนี้จะมีเรือสำราญให้ผู้มาเยือนได้ชมความงามของภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หลากสีที่ตัดกับสีฟ้าของทะเลสาบ  นอกจากนี้ยังมีเรือท่องเที่ยวที่ให้บริการในทะเลสาบนับว่าเป็นกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อได้มาเยือนจังหวัดอาโอโมริจากทะเลสาบTOWADA เราก็เดินทางข้ามเขาฮาชิมันไต(HACHIMANTAI)ซึ่งเป็นภูเขาทางตอนเหนือของจังหวัดอคิตะและอิวาเตะที่ราบสูงฮาชิมันไตอยู่เหนือระดับน้ำทะเล1,600 เมตรเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะทางกายภาพเฉพาะตัวอย่างยิ่งเทือกเขาแห่งนี้นับเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติที่มีพืชพรรณหลากหลายกว่า160ชนิดรวมทั้งหนองน้ำ ทะเลสาบ ป่าสน ตลอดจนเนินสำหรับเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว  ยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งมีชื่อเสียงมาก   โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการเล่นสกีไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเพราะลานสกีของจังหวัดอิวาเตะติดอันดับท๊อปเท็นของลานสกีญี่ปุ่นเช่นกัน
 

     หลังจากเพลิดเพลินและสนุกสนานกันในวันแรกที่มาถึง คืนนี้ทางการท่องเที่ยวอิวาเตะ จัดให้เราพักผ่อนกันที่โรงแรม APPI GRAND RESORT ซึ่งเป็นสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงและเหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นสกีเป็นอย่างมาก จากที่พัก เดินเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็พบกับลานสกีผืนใหญ่สุดลูกหูลูกตา
                                     อาหารมื้อค่ำที่นี่โรงแรมจัดเลี้ยงต้อนรับคณะด้วยชุด KAISEKI ซึ่งเป็นอาหารชุดต้อนรับผู้มาเยือน หรือเปรียบได้กับขันโตกแบบชาวเหนือว่างั้นเถอะ เพราะถือเป็นชุดต้อนรับแขกเช่นกัน คืนนี้สนุกสนานกันมากมายตามสไตล์การจัดเลี้ยงแบบญี่ปุ่น เคยได้ยินมาว่าหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นดื่มเก่งโดยเฉพาะเวลาเข้าสังคม เพิ่งประจักษ์ก็วันนี้ เสียงคำปายผสานเสียงหมดแก้วทำให้เวลาอาหารค่ำผ่านไปอย่างรวดเร็วรู้สึกตัวอีกทีก็เวลา 22.00 นพร้อมๆกับขวดสาเกเปล่าเกือบ 20 ขวด รสชาดของสาเกที่นี่บอกได้คำเดียวว่าถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มสักนิด ก็ไม่ควรพลาดสาเกอิวาเตะ

   ผู้ว่าการท่องเที่ยวจังหวัดอิวาเตะ MR KIKUCHI TAKASHI บอก กับคณะของเราว่า จังหวัดอิวาเตะ ภายหลังเกิดเหตุสึนามิ เมื่อ  เดือนมีนาคม 2011     นักท่องเที่ยวลดจำนวนลงไปมากถึง 80 % ทั้งที่  ความเป็นจริงแล้วสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ อยู่ห่างจากชายฝั่งมากว่า   100 กิโลเมตร  ที่สำคัญแหล่งท่องเที่ยวของอิวาเตะ   มีความสวยงามติด  อันดับมากมาย คุณทาคาชิ  ตั้งเป้าไว้ว่าอยากให้อิวาเตะติดอันดับ   1 ใน 5 ของเมืองท่องเที่ยว รองจาก โตเกียว โอซาก้า ฮอกไกโด คิวชู

 

 

 

 

 

 

 มาอิวาเตะครั้งนี้ เราแวะไป HIRAIZUMI เพื่อเที่ยวชม วัดชูซอนจิ (SHUSON –JI)ซึ่งเมื่อ 300 ปีที่แล้วเป็นวัดสำคัญของตระกูลฟูจิวาระ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยต้นสนใหญ่มากมาย  พร้อมทั้งสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ตั้งแต่ค.ศ 12 แต่โชคร้ายที่งานประติมากรรมของวัดนี้ได้ถูกทำลายด้วยสงครามการเมืองในอดีต ภายในบริเวณวัดเคยมีอาคารถึง  40  กว่าอาคารถือเป็นมรดกแห่งชาติก็ได้ถูกทำลายจนเกือบหมดบนความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีที่คงเหลือGolden hall วิหารทองที่มาร์โคโปโลเกิดความประทับใจในศาลาทองนี้มากจนตั้งชื่อเกาะนี้ว่าIsland of Goldสร้างโดยฟูจิวาระ คิโยฮิรา เป็นสัญลักษณ์ทีมีชื่อเสียงของวัดนี้ภายในประดิษฐานรูปหล่อพระพุทธเจ้าอยู่ในศาลาทองคำที่งดงามยิ่งนักและได้มีการสร้างอุโบสถขึ้นครอบไว้อีกชั้นหนึ่ง

            วันต่อมาคณะของเราก็เดินทางต่อไปยังถ้ำธารลอดแห่งเทพมังกร ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า RYUSENDO ซึ่งภายในถ้ำมีทางเดินที่เค้าสำรวจไว้แล้ว ระยะทางยาวถึง 3,100 เมตร และคาดว่าความลึกของถ้ำน่าจะยาวถึง 5,000 เมตร ใต้ถ้ำมีทะเลสาบและธารน้ำหลายสาย โดยเฉพาะทะเลสาบแห่งที่ 3 นอกจากน้ำใสแจ๋วยิ่งกว่ากระจกแล้วยังมีความลึกถึง 98 เมตร และถือเป็นถ้ำหินปูนใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของถ้ำหินปูนแห่งประแทศญี่ปุ่นและด้วยเพราะจังหวัดอิวาเตะตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแปซิฟิค ทำให้มีชายหาดเกาะแก่งและหน้าผาอยู่เป็นจำนวนมาก  เช่น คิตายามาซากิ ซึ่งถือเป็นหน้าผาที่สวยงามแห่งหนึ่งบนชายฝั่ง มิกุชู ซึ่งมีแนวหน้าผาสูงชันถึง 200 เมตรทอดยาวไปตามชายฝั่งถึง 8 กิโลเมตร ในวันที่ฟ้าเปิดจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม หรือในวันที่มีเมฆหมอกก็จะได้อีกบรรยากาศหนึ่ง นอกจากนี้ยังมี โจโดโกะฮามะ หรือชายหาดพุทธไธสวรรค์ ตามการตั้งชื่อของพระภิกษุรูปหนึ่งที่เดินทางมายังเกาะแห่งนี้เมื่อ 300 กว่าปีก่อน แล้วเห็นว่าชายหาดแห่งนี้มีความสงบสวยงามดังแดนสวรรค์นั่นเอง

 

 นอกจากเรื่องความสวยงามของธรรมชาติแล้ว อาหารการกินที่นี่ก็ถือว่า SUGOI มากๆ โดยเฉพาะแอปเปิ้ลของอาโอโมริ ถือเป็นราชาแห่งแอปเปิ้ลญี่ปุ่นเลยทีเดียว ที่สำคัญว่ากันว่าเป็นแอปเปิ้ลปลอดสารพิษ โดยเฉพาะ สายพันธ์ SEKAICHI เซไคอิจิ (แปลว่าที่หนึ่งในโลก หรือหมายถึงแอปเปิ้ลสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก) พันธุ์ฟูจิ และ คินเซย ด้วยกรรมวิธีการปลูกที่พิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การห่อแอปเปิ้ลตั้งแต่เป็นผลเล็กๆและจะแกะห่อออกเมื่อผลแอปเปิ้ลแข็งแรงเพื่อให้ผลแอปเปิลได้มีการสังเคราะห์แสงตามธรรมชาติ เติบโตไปตามวิถีแห่งเซน ทำให้แอปเปิ้ลมีเนื้อสีทองหอมหวานตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่นี่จะมีผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ทำจากแอปเปิ้ลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำแอปเปิ้ล แยม พาย ขนมเค๊ก ช้อกโกแลตแอปเปิ้ล ฯลฯ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหน่วยงานที่ต้องการมาศึกษาดูงานด้าน OTOP ที่ญี่ปุ่น

      

  

 นอกจากนี วังโกะโซบะ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่เมื่อมาถึง อิวาเตะ ห้ามพลาดเด็ดขาด วังโกะโซบะ เป็นโซบะที่ใส่มาในชามขนาดพอคำ แต่ที่พิเศษคือ กินได้ไม่อั้น เรียกว่ามีแรงกินเท่าไหร่กินไปโดยจะมีเจ้าหน้าที่สาวสวยยืนถือถาดที่ใส่ชามโซบะนับสิบชามยืนอยู่ข้างๆเราตลอดเวลา ทันทีที่โซบะในชามเราหมด สาวสวยที่ยืนอยู่ก็จะเทโซบะชามใหม่ลงไปในชามเราทันทีชนิดชามต่อชาม คนญี่ปุ่นผู้ชายกินได้ครั้งนึง 100 ชามขึ้นไป ผู้หญิงก็ประมาณ 50 - 60 ชาม คณะของเรามีน้องมดจากหนังสือเที่ยวรอบโลกกินได้มากกว่าใครยังกินได้แค่ 32 ชาม  ประเพณีการกินวังโกะโซบะนั้นเรื่องเดิมมีอยู่ว่า นานมาแล้วมีงานเทศกาลที่จัดขึ้นงานหนึ่งใน โมริโอกะ มีแขกมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก แต่โซบะที่เตรียมมานั้นมีจำนวนน้อย ดังนั้นเพื่อให้แขกที่มาในงานได้กินโซบะกันครบทุกคน ก็เลยเกิดไอเดียจัดใส่ชามเล็กๆขนาดพอคำทำให้สามารถแจกจ่ายแบ่งปันกันไปเพื่อให้ได้ชิมกันครบทุกคน...นั่นเอง

 

  วังโกะโซบะถ้าให้พูดถึงรสชาดคงต้องบอกว่าสู้ชายสี่หมีเกี้ยวบ้านเราไม่ได้แน่ๆหรือถ้ามองในมุมของนักบัญชีผมก็คิดว่าไม่มีทางคุ้ม เทียบสัดส่วนจากที่คนไทยกินตกคำละ 80บาทในทางกลับกัน หากเราหันมามองในเรื่องของประสบการณ์ท่องเที่ยว ผมว่ามันมีเสน่ห์และสีสันมากน๊ะครับเพราะการไปท่องเที่ยวคือการเปิดมุมมองใหม่ๆอีกทั้งเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่น คนญี่ปุ่นเค้ากินโซบะ/กินราเมง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่มากินวังโกะโซบะที่นี่เค้ายังสนุกสนานกันอย่างมาก แล้วพอมาดูนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรา นานๆไปที เห็นเค้าเสริฟกันตลอดเวลา ยืนค้ำหัวกดดันชนิดห้ามลุกถ้ายังไม่อิ่ม อารมณ์สนุกมันก็เกิด ใครจะกินได้มากกว่ากัน มันสนุกตรงนี้ เราไม่ได้มองว่าใครกินคุ้มกว่ากันน๊ะครับ อันนั้นเป็นเรื่องรอง
         หรืออย่างน้อยที่สุดการที่เรามากินวังโกะโซบะ เราได้เรียนรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วจุดเริ่มของวังโกะโซบะมันมาจากความปรารถนาที่จะแบ่งปัน มันสำคัญตรงนี้  ซึ่งผมเชื่อว่าเราทุกคนบนโลกใบนี้ต้องการให้ทุกคนรักกัน รู้จักเผื่อแผ่แบ่งปัน...มาญี่ปุ่นครั้งนี้นอกจากแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้วผมยังทึ่งกับที่พักที่ทางญี่ปุ่นเค้าจัดให้ อย่างคืนที่สอง เราพักที่ jodogahama park Hotel  ที่โรงแรมตั้งอยู่บนเนินสูงริมทะเล jodogahama ห้องพักเป็นแบบเรียวกัง ที่สำคัญโรงแรมนี้เค้ามีเทคนิคพิเศษกว่าที่ไหนนั่นคือ เค้าสามารถเอาน้ำทะเลมาทำเป็นออนเซนให้แขกของโรงแรมได้อาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนกันอย่างสบายใจได้เชียวล่ะ เจ๋งไม่เจ๋งลองคิดดู
                             คืนที่สาม คณะเราพักกันที่ โรงแรม HANAMAKI ONSEN ที่นี่ถือเป็น ออนเซนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในฮานามากิ มีบ่อออนเซนมากถึง 24 บ่อ ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนนิยามว่า การไปญี่ปุ่นถ้าไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่น ผมทำทัวร์ญี่ปุ่นเป็นหลัก ผมมาญี่ปุ่นมากกว่า 100 ครั้งผ่านไปภูเขาไฟฟูจิไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิทุกครั้งที่ผ่านไป ยังไม่นับรวมถึงไกด์ของบริษัทที่วิ่งทัวร์มากว่า 20 ปี เค้าก็ไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิทุกครั้งเช่นกันดังนั้นท่านที่เพิ่งเคยไปญี่ปุ่นครั้งแรกแล้วไม่เห็นฟูจิอย่าเสียใจไปเลยครับ
                             แต่สำหรับผมแล้ว ผมกลับคิดว่าใครที่มาญี่ปุ่นแล้วไม่ได้แก้ผ้าลงแช่ออนเซนนี่สิ เรียกว่า ไม่ถึงญี่ปุ่นของจริง เพราะการแช่ออนเซน ไม่ต้องกลัวว่าฟ้าจะปิดเมฆจะบัง เพราะบ่อออนเซนเปิดรอท่านแน่นอน ท่านเพียงกล้าที่จะเปิดใจ(มิใช่ถอดใจ) นั่นแหล่ะจึงจะบอกผู้คนทั้งโลกได้ว่า ญี่ปุ่น...ฉันไปมาแล้ว อาบออนเซนด้วยน๊ะ จะบอกให้..... 

 

เรื่อง:พงศ์พันธ์  ลิ้มพงศ์พันธ์

ภาพ:เอกสยาม  ชัยศร